ฮีตสิบสอง

ฮีตสิบสอง


ฮีตสิบสอง หมายถึง ประเพณีสิบสองเดือนของคนอีสาน ซึ่งเป็นเนื้อหาหรือเนื้อเรื่องในจิตกรรมฝาผนัง ในบริเวณใต้ยอดปรางค์อาคารศูนย์วัฒนธรรม ประกอบด้วยภาพสัญลักษณ์ของชนกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ คือ

 

ภาพช้าง ผนังด้านทิศตะวันออก เป็นภาพสัญลักษณ์ ของชาวไทยส่วย เพราะส่วยมีความผูกพันกับช้างมาโดยตลอด และชำนาญในการคล้องช้างเป็นอย่างยิ่ง

 

พระพุทธรูปไม้ แสดงสัญลักษณ์ ของชาวไทยโคราช

 

พระธาตุพนม เป็นภาพสัญลักษณ์ ของชาวไทยลาว เพราะพระธาตุพนมเป็นที่เคารพสักการะของบรรพบุรุษของชาวไทยลาวเป็นระยะเวลานาน

 

ปราสาทเขาพนมรุ้ง  เป็นภาพสัญลักษณ์ ของชาวไทยเขมรที่อาศัยอยู่ในเขตอีสานใต้


นอกจากภาพสัญลักษณ์ทั้ง 4 แล้ว อันดับต่อไปขอเสนอประเพณี 12 เดือน หรือฮีตสิบสอง มีดังนี้

ประเพณี 12 เดือน

เดือนที่ 1 เดือนอ้าย บุญเข้ากรรม

บุญเข้ากรรม

ที่มา:https://esan108.com

          บุญเข้ากรรมเป็นกิจกรรมของสงฆ์ เป็นพิธีทำบุญโดยให้พระสงฆ์   ผู้ต้องอาบัติเข้าพิธีปริวาสกรรม จะเป็นวันข้างขึ้นหรือข้างแรมก็ได้ โดยกำหนดไว้ 9 ราตรี คือ พระภิกษุที่ต้องเข้าปริวาสกรรม ต้องไปพักอยู่บริเวณวัดหรือสถานที่สงบ มีกุฏิชั่วคราวเป็นหลังๆ สำหรับพระภิกษุผู้เข้าปริวาสกรรม ได้พักอาศัยลำพังผู้เดียว กิจของพุทธศาสนิกชน คือ หาเครื่องอุปโภค บริโภค ถวายพระถือว่าจะได้บุญกว่าการทำบุญตักบาตรทั่วๆไป เมื่อออกกรรมจะมีพระภิกษุสงฆ์ 20 รูป มารับออกกรรม ไม่ถือว่าเป็นการล้างบาปแต่ถือว่าเป็นการปวารณาตนว่าจะไม่กระทำผิดอีก

 

เดือนที่ 2 เดือนยี่ บุญคูณลาน(ไทยลาว)คล้องช้าง(ไทยส่วย)

บุญคูนลาน

ที่มา:www.watpamahachai.net

     ในเทศกาลเดือนยี่ ปกติชาวไทยลาวจะทำบุญคูณลาน โดยนิมนต์พระสงฆ์ไปเทศน์ที่ลานข้าว มีการทำบุญตักบาตรเลี้ยงพระ ประพรมน้ำมนต์แก่ชาวบ้าน ลานข้าวที่นาและต้นข้าวบริเวณใกล้ลานข้าวถือว่าเป็นศิริมงคลแก่เกษตรกรรม ทำให้ข้าวในนาอุดมสมบูรณ์

 ส่วนการคล้องช้าง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาวส่วย ชาวส่วยจะเริ่มเดินทางออกไปรอคล้องช้างตั้งแต่เดือน 11 จนถึงเดือนยี่ รวมเวลาประมาณ 4 เดือน

เดือนที่ 3 เดือนสาม บุญมาฆบูชา บุญข้าวจี่

บุญข้าวจี่

ที่มา:https://esan108.com

          ในเดือนนี้ชาวบ้านจะร่วมกันทำบุญมาฆบูชา คือ มีการทำบุญตักบาตรในตอนเช้า ตอนค่ำเวียนเทียนรอบพระอุโบสถ ซึ่งเป็นประเพณีที่ยังปฏิบัติกันอยู่ทั้งราษฎรและหลวง ส่วนการทำข้าวจี่นั้นไม่นิยมกระทำกัน  จะเหลืออยู่ก็เฉพาะแต่วัดที่รักษาขนบธรรมเนียมที่เคร่งครัดเท่านั้น โดยภายหลังจากการทำบุญมาฆบูชาในตอนเช้าแล้ว  ชาวบ้านจะมาชุมนุมกันที่บ้านผู้อาวุโส หรืออาจเป็นบ้านผู้ใหญ่บ้าน  โดยนำข้าวเหนี่ยวนึ่งมาปั้นแล้วนวดให้เป็นก้อนกลมรีหรือกลมแบน  แล้วใช้ไม้เสียบทาเกลือและนำไปย่างบนเตาไฟ ใช้ไฟอ่อนๆ ย่างพอให้เหลืองหอม แล้วทาไข่นำไปย่างให้ไข่สุกรับประทานได้ หรือนำไปถวายพระได้ ซึ่งกรรมวิธีในการทำข้าวจี่  บางหมู่บ้านมีการยัดไส้น้ำอ้อยหรือน้ำตาลแดงเข้าไปด้วย ถือว่าเป็นข้าวจี่ชั้นสูงต้องถวายพระ ส่วนข้าวจี้ที่ไม่ยัดไส้ใช้ถวายเณร (จัวน้อย)

 

ดือนที่ 4 เดือนสี่ บุญพระเวสฯ (บุญมหาชาติ)

บุญผะเหวด

ที่มา:https://esan108.com

          บุญนี้ชาวบ้านนิยมทำกันทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล โดยเฉพาะที่จังหวัดร้อยเอ็ด จัดเป็นงานใหญ่เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว มีการเลี้ยงขนมจีนแก่ผู้ที่ไปเที่ยวบริเวณบึงพลาญชัยหรือตามบ้านเรือน ส่วนหมู่บ้านอื่นๆ นอกจากจะไปฟังเทศน์ครบ 13 กันฑ์ ในหนึ่งวัน ยังมีการทำขนมจีนเลี้ยงญาติมิตรด้วยและเชื่อว่าใครได้ฟังเทศน์ครบ 13 กัณฑ์ ในวันเดียวแล้ว จะได้ไปเกิดในสมัยพระศรีอริยเมตไตร อันเป็นภพที่เชื่อว่าอุดมสุข สงบและสมบูรณ์

 

เดือนที่ 5 เดือนห้า ประเพณีสงกรานต์

สงกรานต์

ที่มา:https://esan108.com

          ประเพณีเดือนนี้ ชาวบ้านนำพระพุทธรูปออกมาสรงน้ำเป็นเวลา 3 วัน 3 คืน แล้วนำท่านกลับที่เดิม ชาวบ้านอีกกลุ่มหนึ่งขนทรายเข้าวัดและก่อเจดีย์ทราย เป็นการทำบุญเพื่อให้ทางวัดได้นำทรายไปซ่อม หรือสร้างวัดตามความจำเป็นและเหมาะสม ส่วนประเพณีของชาวไทยเขมรในจังหวัดบุรีรัมย์ ก็กระทำในเดือน 5 ในช่วงเวลาทำบุญตรุษสงกรานต์ โดยนิมนต์พระที่มีวัดอยู่รอบๆ ภูเขา มีการสรงน้ำพระ เล่นสาดน้ำ และมีการละเล่นต่างๆ เช่น เรือมตรษ แม่นางด้ง เป็นต้น

 

เดือนที่ 6 เดือนหก บุญบั้งไฟ

บุญบังฟ

ที่มา:https://esan108.com

          บุญบั้งไฟ เป็นประเพณีของชาวไทยลาวที่อาศัยอยู่ทั่วไป พวกเขาเชื่อว่าการจุดบั้งไฟเป็นการบูชา พระยาแถน ผู้ที่บันดาลให้เกิดฝนตก เป็นพิธีขอฝนเช่นเดียวกับการแห่นางแมว เมื่อถึงเดือนหกถ้าปีใดฝนไม่ตกจะมีการแห่นางแมวเพื่อขอฝนจากพระยาแถน ซึ่งเขาเชื่อว่าพระยาแถนสามารถบันดาลให้เกิดฝนตก ฝนแล้ง หรือน้ำท่วมได้

          ในภาพเป็นบุญบวช  การบวชสามารถกระทำได้หลายโอกาส  เช่น  ในประเพณีเข้าพรรษา ประเพณีบุญบั้งไฟ ประเพณีการตาย  บวชเพื่อแก้บนหรือบวชเพื่อทดแทนคุณมารดา ซึ่งในภาพเป็นการบวชในประเพณีแห่บั้งไฟในเดือน 6  ทางอีสานนิยมใช้ช้างเป็นพาหนะในการแห่นาค

 

เดือนที่ 7 เดือนเจ็ด บุญชำฮะ (ชำระ)

 

บุญซำฮะ

ที่มา:https://esan108.com

          บุญชำระ กระทำกันในเดือนเจ็ด วันข้างขึ้นหรือข้างแรมก็ได้ เป็นการทำบุญเพื่อชำระสิ่งที่เป็นเสนียดจัญไร อันจะทำให้เกิดความเดือดร้อน ถือว่าเป็นการปัดเป่าความชั่วร้ายออกจากหมู่บ้าน

เดือนที่ 8 เดือนแปด แห่เทียนพรรษา

 

เข้าพรรษา

ที่มา:https://esan108.com

          ปริศนาคำทายที่ว่า อะไรเอ่ยเข้าแปดออกสิบเอ็ด  หมายถึง  เข้าพรรษาในเดือนแปด  และออกพรรษาในเดือนสิบเอ็ดนั่นเอง พุทธศาสนิกชนจะไปเวียนเทียนที่วัด เนื่องในวันเข้าพรรษา

 

เดือนที่ 9 เดือนเก้า บุญข้าวประดับดิน

          ชาวบ้านจะนำข้าวปลาอาหารใส่ใบตองไปวางไว้ใต้ต้นไม้ ในบริเวณวัด เพื่อทำบุญให้ญาติผู้ล่วงลับ ข้าวปลาอาหารที่ใส่ใบตองไปวางไว้ใต้ต้นไม้ในบริเวณวัดนั้น เรียกว่า ข้าวประดับดิน เป็นการนำข้าวปลาอาหารไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับได้รับการปลดปล่อยให้ออกมาท่องเที่ยว  บุญข้าวประดับดินทำในแรม 14 ค่ำ เดือน 9

 

เดือนที่ 10 เดือนสิบ บุญข้าวสาก (สลากภัต)

บุญข้าวสาก

ที่มา:https://www.jangkhao.org

          บุญข้าวสาก  ทำในวันเพ็ญเดือน 10 เป็นการทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้ที่ตาย มีการทำสลากให้พระจับเพื่อที่จะได้ถวายของตามสลากนั้น  ถือว่าเป็นการส่งเปรตหรือผู้ล่วงลับที่ออกมาท่องเที่ยวในเดือน 9 ให้กลับสู่แดนของตนในเดือน 10 นี้

 

เดือนที่ 11 เดือนสิบเอ็ด บุญออกพรรษา

วันออกพรรษา

ที่มา:https://esan108.com

          มีการกวนข้าวทิพย์  โดยหญิงสาวพรมจาริณีที่ยังไม่มีรอบเดือนมาช่วยกันกวนข้าวทิพย์  นอกจากนี้ในเทศกาลยังมีการทอดกฐินด้วย เริ่มจากวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ถึงเดือน 12

 

เดือนที่ 12 เดือนสิบสอง  บุญกฐิน

บุญกฐิน

ที่มา:https://esan108.com

          เป็นการทำบุญถวายผ้าแด่พระสงฆ์ที่จำพรรษาแล้ว นอกจากบุญกฐินยังมีการส่วงเฮือ (แข่งเรือ) การไหลเรือไฟ และประเพณีลอยกระทง

          การส่วงเฮือ (แข่งเรือ) เป็นประเพณีของชาวอีสานที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ใกล้ลำน้ำมูล ลำน้ำชี ลำน้ำโขง

การไหลเรือไฟ เป็นประเพณีของชาวอีสานเหนือที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ใกล้ลำน้ำโขง เช่น จังหวัดหนองคาย จังหวัดนครพนม และจังหวัดมุกดาหาร

ประเพณีลอยกระทง เพื่อบูชาพระพุทธเจ้าและลอยบาปหรือลอยสิ่งชั่วร้ายให้หายไปในพื้นน้ำ